lannarin's profileL@n>>มนุษย์ต่างดาวปิ๊งแว...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
L@n>>มนุษย์ต่างดาวปิ๊งแว๊บJanuary 18 วันหยุด..สุดสนุก..ที่ฮาโกเน่ ม้วน 4 ^^ ( ภาค จ๊บบบบ ) หลังจากห่างหายจากการ อั๊บบล๊อคไปนาน เนื่องจาก ติดภารกิจมายมาก ทั้งธุรกรรมบัณฑิต...ธุรกิจบันเทิงต่างๆ ตอนที่ทุกอย่างกลับกลับมาสู่ภาวะปกติ เลยต้องรีบอั๊บ มีเรื่องคาค้างสต็อคอยู่มากโข...เลยต้องรีบสะสาง ก่อนที่ภาวะอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ จะเวียนว่ายตายเกิด เป็นวัฎจักร ดุจห่วงโซ่อาหารนั้นจะกลับมาอีก หุหุหุ
ม๊ะ...มาจบ ตอน ฮาโกเน่กันสักกะทีดีกว่าน่ะ ^^
หลังจากสองพี่น้อง "โจรปล้นไฟ" ย่องกลับเข้าที่พัก และไปงัดแงะที่ชาร์จแบตออกมาเป็นที่เรียบร้อย ก็รีบเผ่นออกมาโดดขึ้นรถบัส เพื่อมุ่งหน้าสู่ " Open Air Museum " ที่ต้องรีบนั้นไม่ได้กลัวว่า มันจะปิด หรือ ตกรถไฟเพื่อที่จะกลับโตเกียวแต่ประการใด แต่....เนื่องจาก แสงแดด แสงสุริยา สุดที่รักของข้าพเจ้า เห็นทีกำลังจะอำลาโลกไปซะแล้ว แล้ววววววงี๊จะถ่ายรูปออกมาได้ไงล่ะฟร๊ะ เฮ้อออออ เอาน่ะ....แดดหมด ก็ยังดีกว่าฝนตกล่ะวะ....
พอโดดลงจากรถ อากาศหนาวเย็นก็พัดพาดผ่าน กายหยาบที่ไม่ถูกปกคลุมด้วยสิ่งทักทอนั้น ก็ส่งเสียงกรีดร้องขึ้นมาอย่างทันท่วงที "กรี๊ดดดดดดดดด หน๊าวเฟร้ยยยย" โดยเฉพาะต้นขาเหี่ยวๆของฬารนรินทร์เอง...T.T
" Open Air Museum " ฟังชื่อดูก็รู้ ทุกอย่าง ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ภายในมิวเซียม ช่างกว้างใหญ่ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ห้าห้า เอาเป็นว่าการจัดวางข้าวของศิลปะของที่นี่ ดูเหมือนจัดวางอย่างไม่ตั้งใจ เหมือนเอาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ยักษ์ แล้วจับโยนๆลงมา ซะมากกว่า กรั๊กๆ แต่ก็ทำให้เพลิดเพลินไปได้อีกแบบ....
ที่นี่ช่างกว้างใหญ่ บรรยายไม่ถูก งานศิลปะไอ้เราก็ดูไม่ค่อยจะเป็น เรียกได้ว่า เป็นพวกชอบดู แต่ไม่ศึกษา ห้าห้าห้า งานไหนของใครก็ไม่รู้ หุหุ เอาเป็นว่า ไปยลรูปกันเลยดีก่า..
![]() มาถึงแล้วว..ด้านหน้าของ "Open Air Museum"
![]() เข้ามาก็มาเจอ ไข่ดาวย๊ากกกก
![]() ขอขึ้นไปโดดดึ๋งบนไข่แดงสักกะหน่อย..
![]() งานศิลปะยักษ์ใหญ่ จำนวนมาก
![]() เมื่อยคอไม๊คร๊า
![]() กว้างมากจริงๆ เดินจะไม่ทั่วเอา
![]() เจออะไรแบบนี้ก็ทนไม่ได้ ขอวิ่งเข้าไป แปะ ซะหน่อย หึหึ
![]() โอ้...อะไรมันช่างแทงตากันด้ายยยย กรั๊กๆ
![]() คัลเลอร์ฟูลๆ
![]() ไล่สีกันสวยทีเดียว
![]() ขออีดซักกะรูป
![]() PONY
![]() ^^
![]() มีที่ในร่มนิดนึง ให้เด็กเล่น วิ่งกันเจี๊ยว....จ๊าวว
![]() ไม่รู้จะอธิบายสิ่งปลูกสร้างต่างๆพวกนี้ว่าไงดี เอาเป็นว่า ดูๆกันเอาเองล่ะกัน กรั๊กๆ
เพราะ....ฬารนรินทร์ก็ไม่รู้ กร๊ากกก
![]() กว้างมากๆ เดินๆไปไม่ทั่วซะที
![]() งานศิลปะสักอย่างคงแสดงถึง ความสัมพันธ์ของ เพจชาย และ เพจหญิง
![]() ดุ้นนี้สีขาวเงาแว๊บบ สวยดี
![]() นี่ก็อะไรไม่รู้ อย่าถามเลยดีกว่า กรั๊กๆ
![]() นี่ก็ไม่รู้อีกเช่นกัน เห็นแล้วก็ งงๆ
![]() นี่เขาวงกลด ให้เข้าไปเดินเล่น
![]() ขอสักหน่อยน่ะ
![]() เฮ้ออ พอล่ะ เหนื่อย...
ยังเดินไม่ทั่วดีเลย...แต่เห็นทีเวลากำลังจะหมดไป เลยต้องของอำลา " Open Air Museum " กันแต่เพียงเท่านี้นะฮ๊า
และแล้ว...ทริปฮาโกเน่ ก็เดินทางมาถึงตอน อวสานจนได้ หุหุ
ขอน้อมค้อมตัวให้งามๆ สำหรับ บุคคลที่ติดตามอ่านกันมา ทั้งที่ถูกบังคับให้มาอ่าน หรือที่หลงทางเข้ามาอ่าน หุหุ อ่านรู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง ก็โปรด อภัยกันด้วยน๊ะคร๊า
จบแล้วเฟร้ยยยยยยย
![]() " ฬารนรินทร์ ร๊ากกก ฮาโกเน่ ^^"
ปล. รู้ทั้งรู้...ว่าเค้ามีคนอื่น...แล้วยังจะไปรอคำตอบจากเค้าอีกทำไม เฮ้อออ...นรชาติ หนอ ช่างเข้าใจยากจริงๆ...
ตื่นเถิด...นรชาติ ผู้จมปรักต่อความจริงใจ ที่เค้า..ไม่เคยจริงจัง กรั๊กๆ ^^
December 20 วันหยุด..สุดสนุก..ที่ฮาโกเน่ ม้วน 3 ^^ ( ภาค กลาส มิวเซียม , ทุ่งดอกหญ้า ) หลังจากที่แบตกล้องหมด ตั้งแต่ที่แรก....สองพี่น้องเลยดิ้นรน คิดๆๆๆๆ ว่าจะเอาไงดีฟระเนี่ย คิดไปคิดมา เลยได้คำตอบออกมาว่า...
กลับไปที่ๆพัก ( ที่เช็คเอ้าท์ออกมาแล้ว แต่ฝากของไว้ที่ใต้โต๊ะ ในห้องอาหาร) แกล้งทำฟอร์มว่า ลืมของ แต่จริงๆแล้ว แอบเอาที่ชาร์จแบต ออกมาชาร์จ ที่ใต้โต๊ะกินข้าวนั่นแหละกรั๊กๆ จะให้ทำไงได้เล่า ตัดสินใจไปแล้วว่า เอาแบตมาชาร์จทิ้งไว้ แล้วชิ่งไปเที่ยว ที่ กลาส มิวเซียม โดยที่จะอดชักภาพ แล้วค่อยกลับมาเอาแบตกล้อง แล้วค่อยชิ่งไปที่ ทุ่งดอกหญ้า อะไรสักอย่าง ที่ลูกสาวเจ้าของที่พักเค้าแนะนำมา หุหุ
หลังจาก เนียนทำตัวเป็น โจรขโมยไฟ ไปแล้ว ก็วิ่งออกมาเพื่อมุ่งหน้าสู่ " กลาส มิวเซียม "
" กลาส มิวเซียม " เป็น มิวเซียม ที่แต่งได้อย่างสวยงาม ทุกอย่างดูระย๊า ไปหมด แว๊บๆ แว๊บๆ ไปซะหมด เพราะ ทุกอย่างใน มิวเซียม ล้วนทำมาจากแก้ว เดินเข้าไปปุ๊บ อย่างกะหลุดเข้าไปอยู่ใน เวียนนา ก็ว่าได้ ไม่มีความเป็น ญี่ปุ่นหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ชอบจริงๆ ห้าห้า น่าเสียดายที่ ไม่มีภาพมาให้ได้ดูกัน แต่.....เดี๋ยวคงมีวันได้กลับไปใหม่ อย่างแน่นอน แล้วถึงวันนั้น จะรักษาแบตกล้องไว้ ยิ่งชีพพพพพพ
หลังจากเสร็จกิจธุระ กับ กลาสมิวเซียมแล้ว ฬารนรินทร์ก็ไม่รอช้า กระเตงตัวเอง ขึ้นรสบัส มุ่งหน้าสู่ ทุ่งดอกหญ้า ที่เค้าว่า กำลัง เบ่งบานกันช่วงนี้ทีเดียว....พอไปถึง แหม่..ท่าทางการ แก้ผ้ารำบวงสรวงของฬารนรินทร์จะได้ผลมิใช่น้อย กรั๊กๆ อยู่ๆฟ้าก็ใส แดดก็ออกขึ้นมาซะงั้น...ถึงขั้นต้อง สลัด เสื้อหนาวออกกันเลยทีเดียว หุหุ
ทุ่งนี้ เป็นทางยาว ให้เดินไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดตรงไหน เดินไปชักภาพไปเรื่อย เดินไปเดินมา ก็ เริ่มรู้สึกตัวว่า....ไม่ว่าจะชักจากมุมไหน ภาพออกมาก็เหมือนกันไปโม๊ดดด ห้าห้า เพราะฉะนั้น ฉไหนเลย ใยข้าพเจ้า ต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ ให้เมื่อยตุ้มซะเปล่าๆ ก็ยืนถ่ายมันตรงนั้นแหละ กรั๊กๆ ชักภาพกันจนหนำใจแล้ว ก็ถึงเวลาชิ่ง เพราะจุดหมายปลายทางของเราวันนี้ ที่สุดท้ายนั้นยังคงไม่ใช่ที่นี่.....เลยต้องรีบสืบเท้ากันอย่างว่องไว ^^
มาดูรูป ทุ่งดอกหญ้ากันซะเล็กน้อย ล่ะกันน๊า
![]() มาถึงแล้วววว ทุ่งดอกหญ้า
![]() ท้องฟ้าสดใส แดดเป็นใจ แหม่..ไม่เสียแรงที่ แก้ผ้าบวงสรวงไป หุหุ
![]() ทางเดินยาววว สุดลูกหูลูกตา
![]() เดินๆก็เมื่อย บ้างเป็นธรรมด๊า ^^
![]() อากง อาม่า ก็มาหวีดกัน น่ารักชะมัดเลย
![]() อากาศดีจริงๆ
![]() ถ่ายรูปจากมุมไหน ก็เหมือนกันไปหมดจริงๆ
![]() ดอกหญ้าสวยมาก แต่ก็สูงมากเช่นกัน
![]() อากาศดี ชอบๆๆๆๆๆ
![]() ^^ ^^
![]() ได้เวลาล่ะ คงต้องลาจาก ทุ่งนี้ไปซะก่อนที่แดดจะหมด หุหุ
หลังจากเติมเต็มพลังชีวิต ไปกะทุ่งดอกหญ้าสวยๆแล้ว ก็ได้เวลาที่จะต้องกลับไปเอา ข้าวของและ แบตกล้องที่พี่น้องสองโจร ไปแอบปล้นไฟเอาไว้คืนมา กรั๊กๆ ก่อนที่เวลาจะหมดไป เราต้องการจะเก็ยสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่นึงเอาไว้ก่อนกลับโตเกียว และถ้าชักช้าก็อาจชวดได้....เพราะชะนั้น เลยต้องรีบจรลี เนรเทศตัวเองออกมาจากทุ่งดอกหญ้าที่สุดแสนจะเพลิดเพลินนี้อย่างใจจำยอม หุหุ
โปรดติดตามม้วนต่อไป
ปล. ฟ้าหม่นบ้าง ฝนตกบ้าง ฟ้าใสบ้าง...ชีวิตก็เงี๊ยะ สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้...คิดมากไป ฉี่เหลืองป่าวๆ หุหุ
![]() ท้องฟ้าใสๆ ก็ทำให้นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาจนได้ล่ะน่า.......\(^_^)/\(^_^)/
December 12 ขอคั่นสั้นๆ...ด้วยละครสั้นๆ...กับความรักสั้นๆ...^^ ละครเรื่องนี้จะจบลงที่ไหน จะจบลงยังไง จะมีใครตายตอนจบเพื่อกระชากอารมณ์คนดูหรือไม่....
คงไม่อาจรู้ได้ เพราะละครเรื่องนี้ผู้กำกับมัวแต่เก็บงำความลับของตอนจบ ไม่ยอมไขความกระจ่างใดๆให้คนดูได้ล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่แต่คนดูที่ไม่รู้ แม้แต่ตัวนักแสดงที่ผู้กำกับนั้นล้วนคัดเลือกมาเองกับมือ ก็ยังมิอาจรู้ได้เช่นกัน....
นักแสดงอย่างฬารนรินทร์ ที่ดีใจได้ถูกคัดเลือกมาร่วมแสดง ตอนแรกถูกเสนอบทนางเอกให้ได้เล่นกัน แหม่....มันช่างมีความสุขมากมาย แต่ความสุขไหนเหรอที่จะอยู่ยั๊งยืนยง เล่นไปเล่นมาถูกดีดไปเป็นตัวประกอบซะงั้น...ท่าทางผู้กำกับคงไม่พอใจในผลงานการแสดงของฬารนรินทร์ เอาน่า ไอ้เราก็เข้าใจ พยายามยอมรับความจริงมาเรื่อย เล่นบทเพื่อนนางเอกบ้าง ลูกสาวคนสวนบ้าง หรือแม้กระทั้งรับบทเป็นกระเทยก็เคยมาแล้ว
แต่ผู้กำกับบางทีทำเหมือนอยากให้กลับไปรับบทนางเอกบ้างเป็นครั้งคราว เอาไงล่ะทีนี้....โอเค เนื่องจากความอาลัยอาวรที่ยังค้างเต่ออยู่ในจิตใจ แต่พอเข้าไปรับบทได้ไม่นาน ฉะไหนเลย ฬารนรินทร์กลับกลายเป็นลูกสาวคนสวนอีกแล้วฟระเนี่ย
ครั้งแล้วครั้งเล่า หรือเรียกได้ว่า ไม่รู้กี่ครั้งก็ว่าได้ ที่ต้องถอยตัวเองออกมา นั่งเป็นลูกสาวคนสวน มองดูผู้กำกับที่กำกับนักแสดงหน้าใหม่ที่ได้รับเลือกให้เข้ามาแทนที่ และนานๆที ผู้กำกับถึงจะหันมาปรายตามองบ้างเป็นครั้งคราว เรียกให้ไปเสริ์ฟน้ำบ้าง กางร่มให้นางเอกบ้าง เรียกมาบอกว่าให้ไปไกลๆบ้าง
บางทีไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าจะทนไปทำไม เค้าไม่ให้เล่นเป็นนางเอก แต่ยังจะทำตัวเป็นนางเอก เป็นห่วงเค้าอยู่ห่างๆ โอยยย อยากจะบ้า
แต่แล้วยังไงดีล่ะ ในเมื่อผู้กำกับที่ไม่ยอมบอกตอนจบ และบทบาทที่แน่นอนของนักแสดงคนนี้ ละครเรื่องนี้ถึงต้องค้างสต๊อคมาปีนึงแล้วก็ว่าได้......
เอ๊ะ...หรือจริงๆแล้ว ผู้กำกับอาจจะไม่กล้าเอื้อนเอ่ยวาจาไล่ลูกสาวคนสวนคนนี้ด้วยตนเอง....อืมม อันนี้ก็น่าคิด
หลายคนเตือนแล้ว ว่าอย่าเข้ามาในวงการมายา...วงการนี้มันอันตราย...ไอ้เรารึก็คิดว่าคนรอบๆตัวจะมีแต่คนดีๆไว้ใจกันได้ เฮ้อออ ไม่น่าเลย...เอาเป็นว่า หลังจากครั้งล่าสุดที่ได้พบเจอกับผู้กำกับคนเดิม..ที่ไม่เหมือนเดิม....มันก็ทำให้ฬารนรินทร์ได้เข้าใจว่า...ควรจะออกจากวงการมายานี้ได้แล้ว กี่ครั้งแล้วที่ต้องซ้อมบทเสียน้ำตา ทั้งๆที่เค้ายังไม่ได้สั่งให้เสียน้ำตา กี่ครั้งแล้วที่ต้องยิ้มสู้ทั้งๆที่ก็รู้ๆอยู่ว่ามันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้...
ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา วงการนี้สนุกจริงๆค่ะ แต่เนื่องจาก ใช้เวลามานั่ง สำเหนียกตัวเองอยู่สักครู่ใหญ่ ก็รู้แล้วว่า คงจะต้องถึงเวลาที่จะต้องอำลาวงการนี้จริงๆซะที พอดีมีกิจการทางบ้านที่ต้องกลับไปรับผิดชอบ...เลยอยู่ในวงการนี้ต่อไปไม่ได้จริงๆ แม้วงการนี้จะได้เงินมากมาย แต่หามีความมั่นคงไม่..เลยขอกลับไปสืบทอดกิจการทางบ้านดีกว่านะคะ ^^
ในเมื่อผู้กำกับไม่ยอมบอกตอนจบ...ก็คงต้องถึงคราวที่ ต้องจบด้วยตัวเองซะแล้วล่ะ
![]() เมื่อเจอทางตัน......
![]() ก็มักจะเจอทางออกเสมอ...ขึ้นอยู่กับว่าจะเปิดใจมองเห็นมันรึป่าวเท่านั้นแหละ ^^
^^ ขอบคุณค่า ^^
November 29 พักโฆษณา....สักเดี๋ยว ^_^ เนื่องจากว่า ยังไม่ว่าง มาจัดแจงตอนต่อไป...เพราะต้องตั้งรับ...กะการทดสอบครั้งใหญ่ ที่ยังไม่รู้ว่า จะออกมาเป็นเยี่ยงไร หึหึหึ
ถือซะว่านี่เป็นการพักโฆษณาก็แล้วกันน๊า.....มิวสิค วีดีโอ น่ารัก ขำๆ จากเพื่อนแดนลาว..เพื่อนบ้านของเรานั่นเอ๊งงงง กรั๊กๆ
ชื่อเพลงว่า " กิ๊ก...น้อยใจ " ห้าห้าห้า แค่ชื่อเพลงก็......^^
ปล. บางคนยังโชคดี..ที่รู้ว่า ยังเป็น กิ๊ก..........หุหุ ส่วนบางคนช่างโชคร้ายยย....ไม่รู้แม้กระทั่งสถานะตัวเอง กรั๊กๆ
November 19 วันหยุด..สุดสนุก..ที่ฮาโก่เน่ ม้วน2 ^^ (ภาค เจ้าชายน้อย มิวเซียม)หลังจากผ่านการบวงสรวงมาตลอดทั้งคืน...เช้านี้ฬารนรินทร์เลยเร่งเฆี่ยนตัวเองตื่นมาตั้งแต่ เจ็ดโมง เพื่อที่จะได้ไปแก้ผ้าเข้าแช่ออนเซนก่อนอีกรอบ แช่คนเดียวครอบครองบ่ออีกเช่นเคยสบายจริงเลยยยยยยยยยย หุหุ
ผลจากการแก้ผ้าบวงสรวง ได้ผลดีมิใช่น้อย ฝนหยุดตกแล้ว...แต่อาจจะเนื่องด้วยเหตุผลบางประการ รูปร่างฬารนรินทร์อาจจะแลดู เป็นแท่งตรง เจ้าเลยมิโปรด เลยให้แค่ฝนหยุดตก แต่ท้องฟ้ายังคงไม่ใส ห้าห้า เอาวะ ก็ยังดีกว่าฝนตก หลังจากกินอาหารเช้าจากที่พักกันแล้ว เก้าโมงตรง ได้เวลาไป เยี่ยมเยือน " เจ้าชายน้อย มิเซียม " กันแล้วววว
โชคดีของ สองพี่น้อง ที่ เจ้าชายน้อยมิวเซียมนั้น อยู่ห่างจากที่พัก แค่ห้านาทีเดินเท่านั้น!!....เดินๆไป ก่อนเข้าเขต มิวเซียม ก็เห็น ฟองลูกโป่ง ลอยๆตุ๊บป่องออกมา โห มันช่างน่าประทับใจ...ช๊านมาแล้ววววววววว เจ้าชายน้อยยยยยยยยยย หุหุ
ว่าด้วย "เจ้าชายน้อย" เจ้าชายน้อย เป็น หนังสือที่ ฬารนรินทร์ ได้เคยสัมผัส ได้อ่านมาเมื่อยังเป็นวัยกระเตาะอยู่ (สิบปีที่แล้วเห็นจะได้) แต่เนื่องจาก หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้ใช้สัญลักษณ์การแทน อุปมา อุปมัย ต่างๆมากมาย ทำให้ ฬารนรินทร์ในวัยเด็กนั้น ไม่เข้าใจ ได้แต่อ่านผ่านๆไป แต่พอจะจับใจความได้ว่า ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึง พวกผู้ใหญ่ ที่พอโตๆกันแล้วมักลืมความเป็นเด็ก ทำให้ไม่เข้าใจพวกเด็กๆ อะไรประมาณนั้น(ล่ะมั๊ง).....พอรู้ตัวว่าจะได้ไป มิวเซียมเจ้าชายน้อย....ฬารนรินทร์ เลยคิดว่าต้องทำการบ้านก่อนไปซะหน่อย โดยการไปงัดเจ้าชายน้อยกลับมาอ่านอีกรอบ.....แต่เหตุ ฉะไหนเลย....สิบปีผ่านไป...กรูก็ยังอ่านไม่รู้เรื่องอยู่ดีฟระ....ห้าห้าห้าห้าห้า
พอย่างก้าวเข้าไปในเขตมิวเซียมเท่านั้นแหละ...โอ้โห..นี่มัน ฝรั่งเศสนี่...ห้าห้า ชอบจริงๆเลย บางทีพอมาอยู่ที่ญี่ปุ่นนานๆ มันก็เอียนอะไรที่เป็นญี่ปุ่นจัดๆบ้างเป็นธรรมดา พอได้เข้ามามิวเซียมนี้แล้วก็ รู้สึกสนุกได้อย่างบอกไม่ถูก...ภายในมิวเซียม จัดเป็นเมืองเล็กๆ น่ารักๆ ให้เดินชักภาพกันไปเรื่อยๆ แล้วตามทางก็จะมี รูปปั้น ตัวละครต่างๆในเรื่อง ตั้งๆอยู่ให้เข้าไปชักถาพด้วย แถมก่อนเข้า มีการแจกกระดาษเพื่อเอาไปปั๊มตามจุดต่างๆให้ครบช่อง ตามจุดต่างๆจะมีเจ้าชายน้อยซ่อนตัวอยู่ ก็ไปเดินตามหาตามปั๊มไปเรื่อย เพลินไม่หยอก... เอาล่ะ..มาดูรูป ฬารนรินทร์ ณ เจ้าชายย้อยยยย(น้อย) มิวเซียมกันบ้าง ^^
![]() มาถึงแล้ว....เจ้าชายน้อย มิวเซียม
มาถึงก็มีฟองลูกโป่งออกมาต้อนรับกัน สวยเชียว....
![]() แบบนี้ก็พลาดไม่ได้นะคร๊า ขอด้วยสักรูป หุหุ
![]() ลูกเด็กเล็กแดง...ก็เพลิดเพลิน กะฟองสบู่กันใหญ่ น่ารักจริงๆเล้ยยย
![]() ข้างในก็จำลอง เป็นฝรั่งเศสเก่าๆแบบนี้แล
![]() นี่ไง..เจ้าชายน้อย ที่จะซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆเลยต้องตามหา แวะปั๊มให้ครบทุกช่องไป
สำหรับบุคคลที่สงสัย...ว่าปั๊บครบแล้วได้อะไร...ฬารนรินทร์ก็..ไม่รู้เหมือนกัน ห้าห้า
อาจจะเป็น....ความภูมิใจของสยามประเทศ...เท่านั้น เท่านั้นเอง กรั๊กๆ
![]() เช้ามากๆ นรชาติภายในมิวเซียมเลยยังไม่หนาแน่น
![]() ตามหลืบๆมุมๆต่างๆ
![]() สวยดีๆ
![]() ถึงฝนจะไม่ตก แต่ท้องฟ้าก็ไม่ใส เสียดายจริงๆ
![]() ภายในเมือง ก็จะจำลองเป็นร้านรวงต่างๆ เยอะแยะ
![]() ไม่มีคนถ่ายรูปคู่ให้ เลยต้อง ถ่ายกันแบบนี้แล หุหุ
![]() เจอแล้วววววว เจ้าชายน้อยยยยยย
ปล. เนื่องจากฝนตกมาตลอดทั้งคืน เจ้าชายน้อยเลย เปียกเล็กน้อย ห้าห้า
![]() บายดีบ่....เจ้าชาย
![]() พอเจอเจ้าชายน้อยเท่านั้น สองพี่น้องก็ชักภาพกะเจ้าชายกันใหญ่ ด้วนอิริยาบทต่างๆ
แล้ว....ความสุขสงบของเจ้าชายน้อย ก็ถูกทำลาย ห้าห้า
![]() ขอรูปคู่ อีกสักรูป หุหุ
![]() เดินมาจนถึงหน้าว้งเจ้าชายน้อย
![]() ก็ชักภาพกะสวนๆหน้าวังเจ้าชายไปเรื่อย
![]() ขออีกรูป
![]() คาดว่า เจ้าชายน้อยจะซ่อนอยู่ในหลืบนี้อีกตัว
![]() บรรยากาศดีมากๆ
![]() สภาพสวนหน้าวังเจ้าชายยยย
![]() พอเข้าไปข้างใน ก็จะมีประวัติผู้แต่ง พร้อมรูปถ่ายมากมาย แต่ถ่ายรูปมาได้ไม่มากนัก เพราะมืดมั่กๆ
และนี่ก็คือ โฉมหน้าผู้แต่งเรื่องเจ้าชายน้อยนะคร๊า
![]() และก็มีโรงหนังให้เค้าไปดูประวัติผู้แต่งด้วย
![]() อ๊ะ..แอบมี เจ้าชายน้อยมาซ่อนอยู่ตรงนี้ด้วยเฟร้ยย
![]() พอดูหนังเสร็จ ก็ขอออกมาทำลายความสงบของเจ้าชาย กันอีกสักพักก่อนจาก ห้าห้า
![]() อ๊ะ..เจ้าชาย
![]() ไปล่ะนะเจ้าชาย... แล้วเจอกันใหม่ หุหุ
นี่แค่ที่แรกของวันกล้องก็แบตหมดซะแล้ว......กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ทำไงดีล่ะเนี่ย ยังเหลือที่ๆยังต้องไปร่อนอีกตั้งมากมาย ทำไงดีๆๆๆ T.T
แล้วมาดูกันว่า..ที่เที่ยวที่ต่อไปจะเป็นที่ไหน และ..จะทำยังไงกะแบตกล้องที่ตอนนี้หมดไปไปซะแล้วววว สองพี่น้องจะแก้ปัญหากันได้เยี่ยงไรนั้น...
โปรดติดตาม ม้วนต่อไป
![]() "นานเท่าไหร่ ที่ไม่ได้ยินเสียงเธอ ไกลจะไกลเท่าไหร่แต่ใจเรายังเหมือนเดิม จะกลับไปหา และอยากจะทำให้เธอ
ฝันดีเพื่อเธอคนนี้ เพราะรู้ว่าเธอไม่มีผู้ใด จะกลับไปหา ไม่มีอะไรในใจมากมาย
แค่อยากให้เริ่มกันใหม่ ก็ชั้นมีแต่เธอในหัวใจ"
|
|||
|
|